สมาคมผู้ประกอบการร้านยาจังหวัดชลบุรี

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - somsak

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1
วันนี้ขอพูดเรื่อง ที่มีรถเสียอยู่บนทางด่วน แล้วมีฟอจูนเนอร์วิ่งไหล่ทางด้านซ้ายมาชนจนคุณป้ารถจอดเสียอยู่ กระเด็นตกลงมาตาย
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
ขับรถมาเป็นสิบปี สังเกตว่ามีสองเรื่องที่คนไทยแม่งไม่รู้ว่าชุ่ย ประมาท หรือไม่มีความรู้ หรือเข้าใจผิด กันแน่ เห็นแล้วหงุดหงิดมาตลอด
เรื่องแรกคือ
ไอ้แซงซ้ายนี่แหละ ไม่ว่าจะไหล่ทางหรือไม่
อย่าทำเด็ดขาด !!!
เพราะทางซ้ายสุดของถนนคือฟุตบาท จะมีสารพัดเซอไพรซ์ รออยู่ คนเอย เด็กเอย หมาเอย รถจอดเอย รถช้า รถเสีย รถเข็น รถสวนเลน จักรยาน เพียบ
แล้วเมืองไทย คนขับอยู่ทางด้านขวา แล้วถ้าจะแซงซ้าย รถจะต้องโผล่ออกไปกว่าครึ่งคัน ถึงจะเห็นว่า ข้างหน้ามีซาเล้งของคุณตาแก่ๆกะหลาน อยู่ริมถนน
ผลก็คือทำห่าอะไรไม่ทันแล้ว ชนแล้ว เป็นฆาตกรไปแล้ว
ไม่เหมือนแซงขวา หน้ารถโผล่ออกไปนิดเดียว ก็เห็นแล้วว่ามีอะไรขวางอยู่ จะเบรค จะหักหลบกลับมาก็ยังทัน
เค้าถึงบอกให้แซงแต่ทางขวา ห้ามแซงซ้ายไง
แล้วไหล่ทางน่ะ จุดประสงค์เค้าคือ มีไว้เพืี่อเป็นพื้นที่ เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินแบบในข่าว เป็นพื้นที่สำหรับ รถเสีย รถจอด คนลงมาช่วย คนลงมาซ่อมรถ คนบาดเจ็บ
ไหล่ทางไม่ได้มีให้รถวิ่ง
อีกพวกคือ ขับรถแช่เลนขวา
แล้วเวลาโดนเค้าบีบแตรไล่ ตบไฟไล่ ก็มักจะมาดราม่ากันว่า
"ถึงแช่ชวา ก็ขับมาตั้ง90นะ เร็วแล้ว เร็วกว่าไม่ได้ ผิดกฎหมาย ไม่ผิด ดังนั้นต้องขับ 90 ตามไป"
ไม่ได้พูดตลก หรือ พูดประชดนะ เชื่อมั้ย มีคนขับรถมือใหม่ คุณสาวๆ หรือมนุษย์ป้า มนุษย์ลุงหลายคนเชื่อแบบนั้นจริงๆ
ว่าถ้าขับเร็วพอสมควรแล้ว แช่ชวาได้ เลนขวาสุด คือ เลนที่เค้าเผื่อไว้ให้แซงกัน คือพอเร่งแซงคนหน้าที่ช้ากว่าได้แล้ว ต้องรีบกลับมาอยู่เลนเดิม ไม่ใช่แช่อยู่แบบนั้น
หรือถ้าไม่มีรถตามมา ก็อนุโลมให้ขับสบายใจไปได้สักพัก แต่ถ้ามองกระจกหลังเห็นรถหลังวิ่งตามมาแต่ไกล ก็ต้องหลบกลับเข้าซ้าย ให้คันหลังแซงไป
รู้จักกระจกมองหลังมั้ย ??
เค้ามีไว้ให้มองรถหลังได้ด้วยนะ ไม่ได้มีไว้ให้แต่งหน้าอย่างเดียว 555555
ไม่ต้องรอให้เค้าด่าแม่ ตบไฟไล่ บีบแตรไล่ ไม่ต้องมาเถียง ว่าความเร็วเท่าไหร่
ถ้าคันหลัง มันจะรีบไปตาย  มันขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด ก็ปล่อยมันไป เดี๋ยวตำรวจก็จับเอง ไม่ต้องไปช่วยสกัดความเร็วให้เค้า
อ้อออออเรื่องสำคัญอีกเรื่อง!!!
แล้วทั้งเวลาจะแซงเค้า หรือ จะเปลี่ยนเลนกลับมา
ถ้าไม่ทำให้ป้ามึงทุกข์ทรมานมากนัก ก็ช่วยเปิดไฟเลี้ยวด้วย!!!!!
ซื้อรถราคาเป็นแสนเป็นล้าน เค้ามีไฟเลี้ยวมาให้ไม่ใช่กัน นะนะนะ ขอร้อง คนขับรถทั้งหลาย
ทั้งพวกที่มือใหม่ ไม่รู้เรื่องพวกนี้มาก่อน
หรือพวก รู้แล้วแหละ แต่ยังไม่เคยชนเลยประมาท
อย่าแซงซ้าย
อย่าวิ่งไหล่ทาง
อย่าขับรถแช่เลนขวาสุด
เพราะเวลาคนอื่นเค้าเห็นทำแบบนั้น เค้าจะคิดอยู่สองอย่าง
ว่า "ไม่ โง่ ก็ เห-ย " หรือ "ทั้งสองอย่างพร้อมกัน"!!!!
อย่าทำเลย เชื่อกูเหอะ
รักนะ

2
เรียนเชิญสมาชิกทุกท่านเข้าร่วมสัมมนาวิชาการฯ ในวันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย.2561...
ที่โรงแรมพัทยาปาร์ค...สนับสนุนโดยบริษัท เซเวนสตาร์ จำกัด..

4
สนามบินสุวรรณภูมิ..

5
สัมมนาวิชาการ
บริษัทเกรตอิ้สเทิร์นดรักจำกัด
วันอาทิตย์ที่ 22/7/61

6
ห้องสนทนา / บอกบุญครับ...ตามกำลังศรัทธา
« เมื่อ: มิถุนายน 16, 2018, 01:10:59 PM »
บอกบุญครับ...ตามกำลังศรัทธา

7
พล.ร.ต.นพ.สุรสิงห์ ประไพพานิช
ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ สัตหีบ
รับมอบเงินบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์
14 มิถุนายน 2561

8
งานประชุมสัมมนาวันที่ 10 มิ.ย.61

10
สัมมนาวิชาการที่โรงแรมระยองซิตี้...6พค.2561

11
สัมมนาวิชาการ บริษัท DKSH วันอาทิตย์ที่ 13 พค.2561

12
ชมรมร้านยาภาคตะวันออก-ชมรมยาฯชลบุรี
ร่วมประชุมกรรมการบริหารชมรมร้านยาแห่งประเทศไทย
ที่ อิมแพคเมืองทองธานี 7 เมษายน 2561

13
ห้องสนทนา / เรื่องจริงที่ต้องเล่า...
« เมื่อ: เมษายน 08, 2018, 05:05:47 AM »
เรื่องจริงที่ต้องเล่า
ที่ไต้หวัน มีแม่หม้ายคนหนึ่ง ชั่วชีวิตยึดอาชีพครูเลี้ยงลูกจนเติบใหญ่ ตอนยังเล็ก ลูกคนนี้เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ต่อมาแม่ได้ส่งไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา เมื่อจบการศึกษาเขาได้การงานที่ดี ซื้อบ้าน แต่งงานและมีลูก 1 คน มีความเป็นอยู่สบาย เป็นครอบครัวที่มีความสุข
ส่วนแม่ที่ไต้หวัน..เหงา..โดดเดี่ยว ได้คิดตรึกตรองกับตัวเองว่า หลังจากเกษียณ ถ้าได้ไปอยู่กับลูกที่อเมริกา ชีวิตบั้นปลายคงมีความสุขไม่น้อย คิดแล้วก่อนเกษียณ 3 เดือน ก็ตัดสินใจเขียนจดหมายถึงลูกชาย เล่าความในใจที่อยากใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่กับลูก เพื่อนๆรู้คงจะอิจฉา คิดแล้วก็มีความสุข ขณะเดียวกันก็จัดการทรัพย์สินการงานต่างๆ เพื่อเตรียมตัวย้ายไปอยู่กับลูกชายที่อเมริกา
ก่อนเกษียณไม่นาน ก็ได้รับจดหมายตอบกลับจากลูกชาย เมื่อเปิดซองดู สิ่งแรกที่เห็นคือตั๋วเงิน 30,000 เหรียญ แรกเห็นก็รู้สึกแปลกใจ เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ลูกไม่เคยส่งเงินมาให้แม้แต่ครั้งเดียว ด้วยความสงสัย เมื่อเปิดจดหมายอ่าน หัวใจของแม่แทบแตกสลาย ข้อความในจดหมายบอกว่า....
"แม่ครับ... ผมกับภรรยาปรึกษากันแล้วว่า ถ้าแม่จะมาอยู่อเมริกากับผมและครอบครัวคงไม่เหมาะ เพราะเราไม่ชอบถ้ามีคนอื่นมาอยู่ด้วย ถ้าแม่คิดว่าลูกไม่กตัญญูรู้คุณ แต่ผมได้คำนวณดูแล้ว ว่าที่แม่เลี้ยงดูผมมาคงเสียเงินเสียทองไปไม่น้อย แต่คงไม่เกิน 30,000 เหรียญ แต่ผมได้เติมให้ครบแล้ว ต่อไปแม่ก็ไม่ต้องเขียนหรือพูดอะไรต่อความยาวให้ยืดเยื้ออีก"
เมื่ออ่านจดหมายของลูกแล้ว น้ำตาของแม่ก็พรั่งพรูออกมาดังสายฝน แล้วรำพึงรำพันกับตัวเองว่า เราคงต้องอยู่อย่างอ้างว้างเดียวดายไปจนแก่เฒ่า เธอรู้สึกเจ็บปวดไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
แต่ต่อจากนั้นเธอก็ได้ศึกษาธรรมะ ต่อมาก็รู้ และเข้าใจแก่นแท้ของชีวิต เมื่อคิดได้ก็เอาเงินที่ลูกให้มา 30,000 เหรียญท่องไปในโลกกว้าง ในระหว่างที่ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ได้เห็นโลกกว้างใหญ่ พบผู้คน และได้ประสบการณ์มากมายในชีวิต
หลังจากกลับมา เธอจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงลูก ข้อความว่า....
"ลูกรัก...ลูกบอกไม่ให้แม่เขียนจดหมายถึงลูกอีก แต่ก่อน ตอนที่ได้รับตั๋วเงินจากลูก ก็ได้นำเงินทั้งหมดไปท่องเที่ยวทั่วโลก แม่รู้สึกว่าควรจะขอบใจลูกที่ทำให้เข้าใจ หูตามสว่าง รู้จักปล่อยวาง มองเห็นธาตุแท้ของคน รากฐานของจิตใจ มิตรภาพและความรักของคนเป็นสิ่งที่เลื่อนลอย เอาแน่ไม่ได้ ทุกสิ่งในโลกนี้ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ถ้าแม่มองไม่เห็นทางสว่าง ในใจมีแต่ความเคียดแค้นเกลียดชัง เจ็บปวด คงจะไม่มีชีวิตอยู่ถึวทุกวันนี้แน่ บางทีแม่อาจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้
การที่ลูกตัดเยื่อใยความเป็นลูกกับแม่ ทำให้แม่ได้รู้แก่นแท้ของขีวิต มนุษย์ยังขาดความสมบูรณ์ของคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม แม่ยังได้เรียนรู้ถึงความสงบของจิตใจ ไม่วิตกกังวลว่าไม่มีลูกอีกแล้ว"
เจ้าฝู่ซู นักปราชญ์จีนได้กล่าวไว้ว่า....
บ้านของพ่อแม่ค้อบ้านของลูก แต่บ้านของลูกไม่ใช่บ้านของพ่อแม่
การให้กำเนิดลูกเป็นหน้าที่ การเลี้ยงดูลูกเป็นความผูกพัน ผิดอย่างมหันต์ถ้าคิดพึ่งลูก

14
สัมมนาวิชาการบริษัทแซนดอท(ประเทศไทย) วันอาทิตย์ที่ 8/4/61
โรงแรมฮอลิเดย์อิน พัทยา

15
สัมมนาวิชาการบริษัทวิสตร้า วันอาทิตย์ที่ 18/3/61

หน้า: [1] 2 3 ... 8